ไม่เสียใจ ปมอดีตเรื่องลูก-แม้ไม่เคยได้รับคำขอโทษ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ‘ฟิล์ม รัฐภูมิ’ น้ำตาร่วงไม่หยุด ชีวิตนี้เคยทำแม่ลำบาก

news

ถึงแม้กรณี น้องฑีฆายุ ลูกชายของนักร้องนักแสดงสาว แอนนี่ บรู๊ค ที่ในเวลานั้นพระเอกนักร้องหนุ่ม ฟิล์ม รัฐภูมิ โตคงทรัพย์

ถูกโยงว่าเป็นพ่อ และความจริงปรากฏภายหลังว่าไม่ใช่ จะผ่านไปนานแล้ว แต่ก็ยังถูกพูดถึงเรื่อยๆ หลายคนนึกถึงก็คงจะเป็นเรื่องราวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นข่าวใหญ่โต

ที่ถูกตั้งคำถามว่า ‘ลูกใครหว่า’ ฟิล์มบอกว่า “ผมรู้อยู่แล้ว แต่ผมไม่เคยทุกข์เลย แล้วผมก็ไม่เคยจะไปโทษว่า ถ้าย้อนอดีตไปไม่อยากให้เหตุการณ์นี้เกิดเลย

ล่าสุดข่าวดังกล่าวถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ฟิล์ม ผู้สื่อข่าวจึงอดไม่ได้ ที่จะถามถึงเรื่องที่หลายคนสงสัยว่า ได้ขอค่าเลี้ยงดูคืนไหม? ซึ่งหนุ่ทฟิล์มก็ตอบว่า

“ไม่ครับ มันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว วันนี้ต่างคนต่างมีชีวิตใหม่ ทำตัวให้ดี ทำประโยชน์ให้กับสังคม และทำทุกอย่างให้ดี แก้ไขในสิ่งที่เคยผิดพลาดและคึกคะนองกันมา”

หลังจากเหตุการณ์นั้นมันทำให้ผมโตขึ้นเยอะมาก มันทำให้ผมได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ มันทำให้ผมเรียนจบปริญญาโท มันทำให้ผมมีเพื่อนฝรั่ง ทำให้ผมมีธุรกิจมากมาย”

ฟิล์มเล่าว่าผมต้องพาคุณแม่ผมไปด้วย เพราะผมต้องอยู่ติดกันตลอดเวลา พอผมพาคุณแม่ไปด้วย ค่าใช้จ่ายมันก็เลยเพิ่มขึ้นไปด้วย ทั้งค่าใช้จ่าย ค่ากิน ที่พัก

ผมจะเลี้ยงทั้งตระกูลอยู่แล้ว คือจริงๆ เงินเก็บของผมมีอยู่แล้ว แล้วผมก็จะส่งเงินเก็บของผมให้พวกเขาอยู่แล้ว แต่ว่าที่ผมต้องทำงานเพิ่มเติม

เพราะว่ารายได้จะได้ไม่ขาดตอน เพราะว่าเราไม่มีงานแสดงแล้ว เราก็ทำงานล้างจาน แต่ว่ามันจะไม่ชินกับการโดนคำดูถูกมากกว่า

แล้วยิ่งเวลาที่มากับสาวด้วยอีก คือพอสาว บอกพี่ฟิล์ม พี่ฟิล์ม มาเสิร์ฟอยู่นี่เหรอ เราก็บอกว่าใช่ครับ พอคุยเยอะๆ หน่อยผู้ชายมาแล้ว

เขาก็พูดขึ้นมาว่ามาถ่ายรูปกัน เขาก็พูดวลีโบราณแล้ว บางทีมากอดคอ มาทำอะไรที่ไร้มารยาทใส่เรา เราก็รู้สึกว่ามันโหดนะ ทำไมเราต้องมาอยู่จุดนี้ แต่แบบมันต้องทน

แต่ที่ผมเห็นแม่ อันนั้นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตผมด้วยว่าผมรับไม่ได้ เพราะว่าผมห้ามพ่อแม่หรือครอบครัวของผมไม่ให้ทำงานตั้งแต่ที่ผมอายุ 17 ปี ผมบอกว่าผมจะเลี้ยงเอง

แล้วผมทำแบบนั้นมาได้ตลอดเลย ผมเลี้ยงทุกคน เลี้ยงคุณย่าผมจนท่านลาไปเลยแต่ภาพที่ผมเห็นวันนั้นที่ผมอยู่อังกฤษ ที่เป็นภาพที่ผมเห็นแล้วแบบทำไมมันต้องมาเป็นแบบนี้

คือแม่ต้องมานั่งรถเมล์ ซึ่งเวลาที่เขากลับมาแล้วเขาเล่าให้เราฟัง คือเขาหัวเราะ ผมเจ็บปวด ผมไม่ชอบ ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แล้วบางครั้งผมบอกว่าผมไปเรียนแล้วนะ แต่ผมแอบดูแม่

คือผมแอบดูแล้วผมน้ำตาร่วง แล้วแม่ก็เดินออกไป ภาษาอังกฤษแม่คือไม่ได้เลย แต่เขาแบบไปสู้ชีวิตออกไปนั่งรถเมล์ พอผมเห็นแม่ผมเกาะรถเมล์ ตั้งแต่ผมอายุ 17 ปี เราไม่เคยทำให้เขาเป็นแบบนี้เลยนะ

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.