‘ลูกศร ธนาภรณ์’ หนีไปนอก 2 ใจเพราะแม่

news

ต้องคบผู้ชายที่แม่เลือก ยอมมี 2 รักเพราะกตัญญู ชีวิตที่เมืองนอก ‘ลูกศร ธนาภรณ์’ นางเอกดัง ก่อนกลับไทยมีลูก 4 คน
ย้อนฟัง “ลูกศร ธนาภรณ์” กับชีวิตรักที่เป็นไปตามกำกับของแม่ แม่อยากให้คบใครก็ต้องทำตาม จนมาเจอคนที่รัก เรียกว่ายิ่งกว่านิยายรักเรื่องไหนๆ

ความรักของศร แล้วแต่แม่จิ้มมาให้ ศรไม่เคยรักใครก่อน แม่อยากให้เป็นแฟนคนไหน ก็จะบอกว่าให้คุยกับคนนั้น ศรเป็นเหมือนตุ๊กตาไขลาน ที่ลานหมดแม่ก็หมุนให้ เอาเราไปตั้งตรงไหนเราก็อยู่ตรงนั้น

แฟนคนแรกตอนศรอายุ 15 แม่ก็หามาให้ แต่ด้วยอายุที่ห่างกัน 15 ปี คุยกันก็ไม่ค่อยรู้เรื่องก็เลยเลิกกันไป คนที่สองเขารักเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น แล้วเราเองก็รักเขามากเช่นกัน แต่คุณแม่สั่งให้เลิก

ศรไม่ยอม ถึงขั้นว่ามีครั้งหนึ่งศรจะออกไปเจอเขา แต่แม่ไม่ให้ไป ศรขับรถออกจากบ้าน แม่ก็มายืนบังประตูไว้ ศรก็ไม่สน แล้วขับดันประตูบ้านออกไป ซึ่งก่อนที่ศรจะเลิกกับคนที่สอง แม่ก็ไปเจอคนที่สาม

แม่ก็ให้คนที่สามมาคบกับศรเพื่อช่วยให้ศรเลิกกับคนที่สอง แล้วศรก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอายังไง คือคนหนึ่งก็ดี อีกคนก็รักมาก ศรไม่รู้จะเลือกใครดีก็เลยไปขออนุญาตทั้งสองคนนั้นว่า

ศรไม่สนอะไรแล้วก็ได้ ใครจะว่าอะไรก็ช่าง อยู่ด้วยกัน 3 คนไปเลย สุดท้ายเราก็ต้องใช้สมองเพื่อเลือกจบเรื่องราวอีนุงตุงนังนั้นให้ได้ คนที่สองคือพี่อู๊ดสามีปัจจุบัน เขาหลงรักเราตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

แล้วเราเองก็รักเขามากเช่นกัน ชีวิตตอนนั้นเหมือนตุ๊กตาไขลาน คุณแม่พูดเองนะคะ บอกว่า ลูกศร เธอเหมือนตุ๊กตาไขลาน ที่เอาไปตั้งไว้ แล้วเธอก็เต้นบัลเลต์ เต้นๆ พอแสดงเสร็จบนเวที ก็ลงจากเวทีมาแล้วมาหลบหลังชั้น”

เคยมีมั้ยที่เราไม่อยากทำ “จริงๆ เกือบทั้งหมดที่เราไม่ได้ชอบ และไม่อยากทำ เพราะทุกอย่างเหนื่อยหมดเลย อย่างการเรียนบัลเลต์ที่เราต้องสอบให้ผ่าน ทุกอย่างที่ทำ อย่างเปียโน เราไม่มีพรสวรรค์เลย

แต่เราต้องนั่งซ้อม 2-3 ชม. แต่มันเป็นการคาดหวังของคุณแม่ เรารู้เค้าไม่มีเงิน เค้าไปหาเงินให้เรา เราก็ต้องเรียน ต้องพยายามทำให้เค้า ครั้งที่สอง อันนี้เข้าวงการแล้ว เล่นเรื่องปัญญาชนก้นครัว แฟนคนที่ 2 ซึ่งก็คือสามีคนปัจจุบัน

ที่พีคที่สุดคือไปถ่ายหนังที่เมืองนอก ทุกโอกาสที่เราว่าง เราต้องวิ่งไปหาโทรศัพท์เพื่อโทรหาเค้า คุณแม่เริ่มไม่ชอบ เราเห็นพฤติกรรมเค้าที่เปลี่ยนไป นิ่ง ไม่พูด หลังจากที่กลับมา เค้าก็เปลี่ยนไปเลย

เพราะทุกช่วงชีวิตเรามีแต่พี่อู๊ด เรากลับมาจากเมืองนอก กลับบ้าน เราก็เห็นแจกันดอกไม้วางอยู่กลางบ้าน เขียนว่า เวลคัมมายดาร์ลิ่ง เราก็โอ้โห เบิกบานมาก แฟนเราทำให้เราขนาดนี้

มีครั้งหนึ่งเรารู้สึกผิดมาก พอแม่เริ่มไม่ชอบแล้ว ทุกอย่างมันน่ากลัวไปหมด อย่างตอนที่พี่อู๊ดมาที่บ้านมานั่งดูทีวี เราก็นั่งคนละมุมโซฟา ทุกๆ 2-3 นาทีเค้าจะเปิดประตูดังปังมายืดกอดอกมองเรา

ตอนนั้นแม่ทำหนักมาก ทั้งสาดน้ำไล่ ตะโกนไล่ ด่าไล่ มีครั้งหนึ่งแม่มายืนบังประตูบ้าน ไม่ให้ไป เราก็จะไป เราก็ขับชนประตูบ้านเพื่อให้มันเปิดออก แม่เค้าก็ยืนขวาง แล้วเค้าก็ไปนอนดิ้นบนพื้น ตอนนั้นมันเฟลมากนะคะ

จนตอนหลังสามีไม่กล้ามาบ้านแล้ว เรารักสามีมาก ใช้วิธีการสื่อสารผ่านโทรเลขค่ะ เพราะคุณแม่ไม่รู้ ทุกวันศรจะไปยืนรอที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน ศรเลยเขียนจดหมายถึงพี่อู๊ด บอกว่า ศรต้องกตัญญูกับแม่ เราเลิกกันเถอะ

จากนั้นมาพี่อู๊ดเค้าเลยหายไป 3 เดือน คุณแม่คุณอู๊ดก็มาบอกกับคุณอู๊ดว่า เค้าทนไม่ได้ที่เห็นลูกชายเค้าเป็นอย่างนี้ คุณอู๊ดเค้าก็คิดได้ แล้วก็หายจากชีวิตเราไปเลย

คุณแม่พอเห็นว่าเราเลิกแล้ว เค้าก็ดีใจมาก ทุกอย่างเป็นปกติ แล้วเค้าก็ดึงคนที่ 3 เข้ามา เลยเอาคนนี้มาช่วยให้เลิกกับคนนั้นได้สำเร็จ คนที่ 3 ก็เข้ามา ซึ่งผู้ชายคนที่ 3 นี้ คล้ายกับคุณอู๊ดมากๆ

พอคนนี้เข้ามาปุ๊บคุณแม่ก็เห็นจังหวะเลยว่า เอาคนนี้เข้ามาเราจะได้ลืม แต่เราเกลียดคนนี้มากๆ คนที่ 3 เค้าหลงเรามาก เราตัดสินใจคบ 5 ปี ส่วนกับพี่อู๊ดเราเลิกกัน ช่วงที่คบกันใน 5 ปีนั้น

ศรได้ตัดสินใจไปเรียนเมืองนอก แต่ช่วงนั้นก็มีข่าวว่า แฟนศรไปมีผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ศรเลยบินกลับมาเมืองไทยทันที ปรากฏว่าป็นเรื่องจริง เค้ายอมรับกับศรตรงๆ ตอนนั้นเหมือนเราอกหัก ซึ่งเราไม่เคยอกหักเลย และเป็นครั้งแรกในชีวิต

อยู่ๆ เค้าก็พลิกจะไปแล้ว ทะเลาะกันตลอด ผ่านไป 5 ปี ศรอายุ 27 ปี ตอนนั้นผู้หญิงอายุขนาดนี้คือแก่แล้ว ศรเลยยื่นคำขาดให้แต่ง แต่เราทะเลาะกันทุกวัน กลายเป็นเรื่องใหญ่โตมาก
จนสุดท้ายเราก็เลิก แล้วเราก็กลับไปคบกับคุณอู๊ด จนกระทั่งแต่งงาน มันก็เลยเป็นที่มาของเรื่องสินสอด ที่เป็นข่าวดังมาก

Trả lời

Email của bạn sẽ không được hiển thị công khai.